FRESHY-GDTORY

[Fic] Freshy 16 : GDTORY {END}

posted on 23 May 2012 19:48 by i-ztyle  in FRESHY-GDTORY
 
 
 
 
 
 
 
"ไอ้พี่ท็อป!! อย่าอู้สิโว้ยยยย ลุกมาซ้อมเลยนะ"


"โอ๊ย กูซ้อมจนขาจะขวิดกันอยู่แล้วเนี่ย" ท็อปโวยวายดีดดิ้นน่าหมั่นไส้ "ขอกูพักก่อนไม่ได้หรือไงฮะ!? ทีไอ้แดซองกับซึงรียังได้พักเลย"


แดซองหัวแทบหดเมื่อได้ยินเสียงโหดๆ ของท็อปที่กำลังกล่าวถึงตน ส่วนซึงรีไม่ได้ทุกข์ร้อนอะไร หยิบเลย์รสหมึกย่างเข้าปากสบายอารมณ์ ไม่ใช่ว่าเขาโหดร้ายกับพี่ท็อปหรอกนะ แต่ว่า...


"แหม๊!! ไม่ต้องไปว่าน้องมัน เต้นก็ยังไม่พร้อมชาวบ้านเขา ยังจะอยากพักอีกเราะ" อีจุนปีสามแขวะ


"เต้นไม่พร้อมยังพอว่า เวลาซ้อมก็ชอบหายหน้าหายตา เดี๋ยวก็หมาตายแม่ยายป่วยหวยแดก เยอะนะเยอะ!!" โดนยองเบปีสองไปอีกดอก


"ไอ้ยองเบ!! หมากูยังไม่ตายว้อยยยยยยยยยยยยย!!" ส่วนท็อปปีสี่ พ่วงตำแหน่งประธานสโมสรคณะศิลปกรรมศาสตร์ แม่งจะไปทำอะไรได้ หัวเดียวกระเทียมลีบชิปเป๋ง ก็คนแม่งเต้นไม่ทันจะให้ทำไงอ้ะ "งานกูไม่ได้มีแค่เต้นอย่างเดียวนะเฟ้ย! คิดสิคิดดดด กิจกรรมทั้งสโมฯ อ่ะ ทั้งสโมฯ!!"


"แล้วใครให้รับงานนี้เองล่ะโว้ย" จุนกับยองเบแหกปากใส่รุ่นพี่พร้อมกัน ด้วยเหตุผลที่ว่าไม่มีใครอยากมาทำกิจกรรมเต้นปิดงานอะไรแบบนี้หรอก น่าเบื่อจะตายชัก


"พวกมึงต้องเข้าใจกูเซ่! โฮกกกกกกกกก ซ้อมก็ได้วะ!!"


มันก็.. เป็นอย่างที่เห็นนั่นแหละ ซึงรีกับแดซองที่ซ้อมเต้นมาอย่างหฤโหดกับพี่ยองเบและพี่อีจุนในสัปดาห์สุดท้ายแบบท้ายสุดๆ ถึงได้พักหายใจนิดหนึ่ง เห็นพี่ท็อปแล้วก็สงสารไม่ใช่เล่น เพราะเต้นยังไงก็ยังดูจะเข้ากับคนในทีมได้ยาก =_= แต่คนที่น่าสงสารกว่าน่าจะเป็นพี่เทคของเขากับพี่จุนเนี่ยแหละ ต้องเทรนด์พี่ท็อปกันหนักเลย


"เมื่อกี้เพื่อนโทรมาบอกว่าซุ้มเอกเราจัดเสร็จแล้วนะ!"


"ฉันเริ่มไม่อยากเต้นแล้วอ่ะแดซอง พรุ่งนี้แล้วอ่ะ!! ตื่นเต้นนนนนนนนนนนนนนน" ซึงรีร้องหงุงหงิง


"เอาน่า มันต้องออกมาดีแน่ๆ (แดซองกระซิบเสียงเบา) ยกเว้นแต่ว่าพี่ท็อปจะเต้นให้พร้อมเราได้น่ะนะ"


"ไม่ได้ขึ้นเวทีเต้นแบบนี้มาเป็นปีๆ แล้วอ่ะ ถ้าเกิดฉันเต้นผิดทำไงอ่ะ"


"นายน่ะแค่ไม่ได้ขึ้นเต้นมาสักพัก ฉันเนี่ยสิไม่เคยเลย ดูปากนะ ไม่! เคย! เลย! ฉันก็ตื่นเต้นเหมือนนายแหละน่าาาา" แดซองแย่งเลย์ชิ้นสุดท้ายของซึงรีมาได้สำเร็จ เคี้ยวหงับๆ ก่อนจะลุกขึ้น "ไปช่วยสอนพี่ท็อปเต้นดีกว่าาาา ถ้านายกลัวเต้นผิดก็ลองปรึกษาพี่คนนู้น~ดูละกัน"


ซึงรีมองซองเลย์อันว่างเปล่าตาปริบๆ.. โอเค ไม่เป็นไร เห็นแก่ที่แดซองช่วยติวประวัติศาสตร์ละครเวทีให้จนเขาสามารถผ่านมหันตภัยร้ายจากอาจารย์มาได้ แค่เลย์หมึกย่างชิ้นเดียวซึงรียอมให้ได้ ว่าแต่แดซองจะให้ซึงรีไปปรึกษากับพี่คนไหน.....นะ


"อู้ซ้อมหรือยังไงเนี่ยซึงรี"


อ๋อ รองประธานชมรมบีบอยนี่เอง


"เปล่าซะหน่อยฮะ พักอยู่ต่างหากเล่า"


"งั้นขอพักด้วยคน"


จียงพูดยิ้มๆ ว่าแล้วก็เดินลงมานั่งข้างๆ พร้อมยกผ้าขนหนูที่เอาพาดบ่ามาด้วยยัดใส่มือซึงรี คนที่ถือผ้าขนหนูอยู่ถึงกับงง นั่งตากแอร์มาสักพักเหงื่อก็แห้งหมดแล้วนะ อีกอย่างเขามีผ้าขนหนูหมีแพนด้าจากพี่อยากเทคติดตัวไว้อยู่แล้ว ซึงรีเลยยัดผ้าขนหนูคืนให้จียง


"ผมมีผ้าอยู่แล้วอ่า แต่ยังไงก็ขอบคุณนะฮะ" ซึงรีโบกผ้าลายแพนด้าไปมา


"ใช่ที่ไหนเล่า" จียงหัวเราะ "เช็ดหน้าให้หน่อยเร็ว ดูเหงื่อพี่ดิ"


อะ.. อ๋อ...


จะบ้าหรือไงเล่าาาาาาา เหงื่อใคร..คะคะคะคะคะคนนั้นก็เช็ดเองสิ ขนาดซึงรีมีเหงื่อเขายังเช็ดเอง ไม่เห็นต้องให้พี่จียงเช็ดให้เลย หมะหมะหมะหมะหมายถึงว่า เขาไม่ได้อยากให้ใครมาเช็ดหน้าให้หรอกนะ แล้วก็ไมได้รังเกียจอะไรพี่จียงด้วย


แค่แบบว่า.. ใครจะไปกล้าทำล่ะห๊า คนเยอะจะแย่


ซึงรีส่ายหัวดิกพลางเกาหูตัวเองแก้เขิน ต่อให้ควอนจียงทำสายตาอ้อนวอนอย่างไรก็อย่าหวังซะให้ยากเลย


"อะไรอ่าาา อุตส่าห์ขึ้นมาหาเลยนะเนี่ย"


"ไม่ได้ขอร้องซะหน่อยนี่ฮะ เดี๋ยวพอขึ้นมาพี่จียงก็ต้องลงไปซ้อมอีกอยู่ดี"


"เดี๋ยวเด็กแถวนี้คิดถึง"


ตั้งแต่ปรับความเข้าใจกันได้ ช่วงนี้เขากับพี่จียงก็... ไม่ได้ทำตัวผิดแปลกไปจากเดิมเท่าไหร่ จริงๆ นะสาบาน!


"แหม ไอ้แรด! ถึงกับต้องถ่อมาพักถึงชั้นหกทุกวี่ทุกวันเลยนะมึง"


ยองเบผู้ขึ้นชื่อว่าหวงน้องเทคตัวเองประหนึ่งทำคลอดน้องมาเองกับมือรีบมาขัดอารมณ์สวีวี่วีของเพื่อนสนิทกับซึงรีทันที ปล่อยบรรยากาศนี้ไว้ไม่ได้หรอก ยองเบรับไม่ได้!! ถึงเขาจะดูเหมือนพ่อยกไอ้คู่นี้อยู่หน่อยๆ และดีใจที่จียงกับซึงรีกลับมาคุยกันได้เหมือนเดิมก็ตามที แล้วดูเหมือนว่าความสัมพันธ์ของสองคนนี้จะก้าวหน้าขึ้นไปอีกระดับ แม้ซึงรีมักจะปฏิเสธว่าไม่มีอะไรพร้อมด้วยการแสดงสีหน้าที่ตรงกันข้ามก็ตาม -_- (น้องใครวะ ทำไมมันซื้อออซื่อ) ถึงอย่างนั้นยองเบก็อดจะหมั่นไส้ไม่ได้เวลาเห็นจียงทำสายตาเอ็นดูน้องซึงรีเสียเหลือเกิน นั่นน้องเทคเขานะเฟ้ย!


"ก็ห้องวิวดีนี่หว่า" จียงเอาไหล่กระแซะซึงรี ผู้ที่แก้มเริ่มจะส่งเสียงฉ่าขึ้นมาเป็นระยะๆ


"อ๋อ มึงมาดูพี่ท็อปตอนเหงื่อออกใช่ป้ะ อืออือ แม่งหาดูยากกูเข้าใจ"


มีเสียงใหญ่ๆ แว้ดออกมา ซึ่งคาดว่าจะเป็นของท็อปฮยองดังแว่วๆ มาว่า 'เชี่ยยองเบ กูได้ยินนะว้อยยยย' แต่ดูคู่หูรุ่นพี่ทั้งสองคนจะไมได้สนใจเลยแม้แต่นิดเดียว ยังคงฟาดฟันกันด้วยคำพูดและสายตาต่อไป


"เปล่าเปล่า มาส่องน้องมึงต่างหากครับทงยองเบ ยิ่งเวลาตอนมีเหงื่อตามไรผมเนี่ย เซ็กซี่ขยี้ใจว่ะ"


หะหะหะหะหะหะหะหะหะห้ะะะะะะะะะะะะะะะะ!!


เกิดเสียง 'ปุ้ง' ดังขึ้นอยู่ในห้วงมโนของซึงรี 'ปุ้ง' แรก มาจากพี่ยองเบที่ตอนนี้ดูจะสติแตกไปแล้วที่ปฏิบัติการก้างขวางคอไม่สามารถสะทกสะท้านความหน้าด้านหน้าทนของพี่จียงได้ ส่วน 'ปุ้ง' ที่สองนั้นมาจากซึงรีเอง.. เขา... มะมะมะไม่ไหวแล้วอ่ะ รู้สึกว่าตัวเองเหมือนกาต้มน้ำร้อนๆ ที่กำลังเดือดแล้วแรงดันก็ทำให้ขาระเบิดปุ้งออกมา ซึงรีทนนั่งอยู่ตรงนี้ไม่ได้แล้ว ฮืออออออ เซ็กซี่บ้าอะไรของพี่จียงล่ะเฟ้ยยยย คอยดูนะ ต่อไปนี้เขาจะไม่ให้เหงื่อออกมาจากร่างกายแม้แต่หยดเดียวเลย! ฮึ้ยยยย อะไรเล่า! ที่ชิ้งฉ่องยังอั้นได้แล้วกะอีแค่เหงื่อทำไมจะทำไม่ได้


ซึงรีจะไม่ขออยู่เป็นผู้ฟังเวลาพี่ยองเบกับพี่จียงด่ากันอีกแล้ว เพราะไม่ว่าพี่ยองเบจะสวนอะไรมา พี่จียงก็จะสวนกลับด้วยเรื่องของเขาอยู่เรื่อย แถมยังชอบพูดเรื่องไร้สาระที่มันค่อนข้างน่าอาย ...แบบเมื่อกี้อีกต่างหาก แย่!มาก!อ้ะ!


"อู๊ยยยย เซ็กซี่สู้กิ๊กเก่ามึงได้เรอะ!"


"จำไม่ได้แล้ว ตอนนี้ในหัวมีแต่ซึงรี :)"


"แต่ในหัวใจมึงสับเป็นห้องหอฮาเร็มเลยใช่มะ!"


"อือ มีแต่อีซึงฮยอนอยู่เต็มเลย :)"


"ไอ้... ไอ้... ไอ้เชี่ยจี๊!!!"


พี่ยองเบ... พะ พอเถอะฮะ ยิ่งได้ยินซึงรียิ่งอยากเอาหัวโขกกล้ามพี่จุนตาย โฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ



.


.


.



และแล้ววันสถาปนาคณะศิลปกรรมศาสตร์ของมหาวิทยาลัยวายจีก็มาถึง! หลังจากที่เด็กๆ ในคณะต่างทุ่มเทแรงกายแรงใจช่วยกันจัดงานขึ้นมาอย่างเหน็ดเหนื่อย ก็ถึงวันแสดงผลงานและศักยภาพของเด็กศิลปกรรมเสียที


ในช่วงเช้าจะเป็นพิธีการต่างๆ ที่เหล่าอาจารย์รวมถึงคณะบดีจะมารวมตัวกัน ไปจนถึงพิธีเปิดงานและเดินชมผลงานของนักศึกษาแต่ละเอก หลังจากนั้นตั้งแต่เที่ยงเป็นต้นไปก็จะเป็นเวลาอันแสนโกลาหล เพราะเด็กคณะอื่นรวมไปถึงบุคคลภายนอกก็สามารถเข้าชมงานนี้ได้เช่นกัน ในช่วงนี้ซึงรีกับแดซองก็ไม่ได้ทำอะไรมากนอกจากยืนเฝ้าฉากกับซุ้ม บ้างก็คุยกับเพื่อนเอกจินตทัศน์บ้าง แต่ละเอกต่างก็ตกแต่งบูธ ซุ้ม หรืออะไรต่างๆ นานากันแบบไม่มีใครยอมใคร มีบางช่วงที่ซึงรีกับแดซองแอบไปเดินดูจนรอบลานจัดงาน


และนี่ก็ถือเป็นช่วงนาทีทองของคณะด้วย เพราะฝ่ายนักศึกษาสโมสรของคณะจะเก็บเงินบุคคลภายนอกเป็นค่าเข้าชมงานคนละหนึ่งพันวอน อีกทั้งนักศึกษายังสามารถนำของมาขาย หาเงินเก็บเข้าเอกตัวเองเพื่อเอาไปใช้ทำกิจกรรมอื่นต่อไปได้ด้วย เมื่อกี้ตอนออกไปเดินดูงานซึงรีก็แวะไปให้รุ่นพี่วาดภาพการ์ตูนล้อเลียนตัวเองมาด้วย ส่วนแดซองก็ไปเข้าซุ้มถ่ายภาพยุคโบราณมา


"เออ หน้านายก็โบราณเหมาะกับแบ็กกราวเหมือนกันนะแดซอง ฮ่าๆๆๆๆ"


"อยากโดนฉันเตะเหรอฮะคุณซึงรี เสียดายเงินชะมัด ถ่ายออกมาน่าเกลี๊ยดน่าเกลียด"


ส่วนแดซองกับซึงรี กลายเป็นเพื่อนสนิทกันไปเรียบร้อย


"เฮ้ยย หกโมงเย็นแล้วเหรอ! ใกล้ถึงช่วงการแสดงแล้วอ่ะดิ"


ซึงรีกำลังตลกกับรูปถ่ายสุดโบราณของแดซอง แต่พอได้ยินแดซองพูดอย่างนั้นก็นึกขึ้นได้ ช่วงการแสดง ช่วงที่ใครๆ กลายคนรอคอย เพราะเด็กศิลปกรรมน่ะธรรมดาที่ไหน เดี๋ยวจะมีการแสดงละครของรุ่นพี่เอกของซึงรีด้วย จากนั้นก็เป็นวงดนตรีสนุกๆ แต่ก่อนจะถึงอะไรพวกนั้น สิ่งที่ซึงรีอยากดูที่สุดกำลังจะมาถึงแล้ว!


การแสดงจากชมรมบีบอยนั่นเอง


พิธีกรกำลังเกริ่นนำถึงความเป็นมาของงานในวันนี้แบบคร่าวๆ และตอนนี้หน้าเวทีเริ่มมีผู้คนมายืนจับจองจนที่ที่ซึงรีและแดซองยืนอยู่มันออกจะไกลไปสักหน่อย ยิ่งพอเสียงพิธีกรจบลง ตามมาด้วยเสียงเพลงบีทหนักๆ ตามมาด้วยเสียงปรบมือและกรี๊ดกร๊าดมากมาย คนก็เข้าให้ความสนใจมากขึ้นจนซึงรีถึงกับโดนเบียดจนแทบสะดุด แต่แล้วแดซองก็ลากซึงรีให้ไปอยู่ทางฝั่งซ้ายของเวทีด้วยกัน ที่ตรงนี้ไม่ถึงกับเบียดมาก และมองเห็นข้างบนชัดเจน


แล้วก็เหมือนโลกของซึงรีวิ้งไปชั่วขณะ เมื่อภาพของ 'พี่บีบอยหัวส้ม' ของซึงรีเมื่อหลายเดือนก่อนดันมาซ้อนทับกับ 'พี่จียง' ในวันนี้


เหมือนกับได้ย้อนเวลากลับไปถึงครั้งแรกที่ซึงรีได้เจอพี่จียง ทุกการเคลื่อนไหวมันชวนมองจนแทบไม่อยากกะพริบตา มูฟเม้นท์ของพี่จียงน่าหลงใหลจริงๆ ตอนนี้ก็เหมือนกัน ซึงรีกำลังสงสัยว่าเพราะหุ่นผอมๆ เพรียวๆ แบบนั้นหรือเปล่าทำให้ท่าเต้นออกมาดูเจ๋งชะมัด อีกทั้งยังเอนเตอร์เทนคนดูได้อย่างดีอีกต่างหาก แต่พอมาลองคิดๆ ดู ทั้งหมดนี้ก็คงเป็นเพราะพี่จียงเป็นมืออาชีพเนื่องจากเต้นบีบอยมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วนั่นล่ะ อีกอย่างคู่เต้นของพี่จียงอย่างอีมินยอง ซึงรีก็ยังต้องยอมรับอีกว่าเหมาะกันมากจริงๆ


หมายถึงเป็นคู่เต้นที่เหมาะกันหรอกน่าาา เขาไม่หวงพี่จียงพร่ำเพื่อหรอก!


ตอนนี้จียงเปลี่ยนตำแหน่งไปเต้นเป็นแบ็คอัพแล้ว และให้รุ่นน้องและคนอื่นในชมรมออกมาโชว์สเต็ปเท้าไฟที่ใส่กันแบบเต็มเหี่ยว เรียกเสียงฮือฮาจากผู้ชมได้เป็นอย่างดี ระดับความมันส์ยิ่งเพิ่มดีกรีมากขึ้นเมื่อจังหวะเพลงเริ่มเร็วและหนักหน่วงกว่าเก่า แม้แต่ซึงรีก็ถึงกับโยกตัวตามจังหวะแบบไม่รู้ตัว จากนั้นทั้งหมดจึงกลับมาเต้นด้วยท่วงท่าที่พร้อมเพรียงและแข็งแรงอย่างน่าขนลุก


และสุดท้ายการแสดงจากชมรมบีบอยก็จบลงด้วยท่าเบบี้ฟรีซที่ยกตัวสูงค้างไว้กลางอากาศ เสียงกรี๊ดและโห่ร้องชอบใจจากคนข้างล่างช่วยการันตีความสำเร็จของชมรมได้เป็นอย่างดี


"สุดยอดดดดดดด สุดยอดดดดดดดดดด" แดซองแหกปากแข่งกับคนอื่นเขาด้วย ส่วนซึงรีทำแค่ปรบมือ แต่ในใจนั้นปริ่มเปรมจนไม่รู้จะอธิบายออกมาเป็นคำพูดยังไงแล้ว


สมาชิกทุกคนในทีมเต้นยืนเรียงกันแล้วโค้งให้ผู้ชม เรียกเสียงกู่ร้องและเสียงปรบมือได้อีกรอบ เป็นอันเสร็จสิ้นการแสดงเปิดของชมรมบีบอย แต่ละคนบนเวทีต่างแท็กมือและกระโดดโลดเต้นกันเพราะงานสำเร็จไปได้ด้วยดี และตอนนี้เองที่ซึงรีเห็นพี่จียงเอามือยีผมที่เต็มไปด้วยเหงื่อของตัวเอง ซึ่งหันหน้ามาในองศาเดียวกับที่ซึงรียืนอยู่พอดีเป๊ะ คนหัวส้มบนเวทีถึงได้ยักคิ้วและยิ้มโลกสว่างมาให้


ซึงรีเองก็ยิ้ม พลางยกนิ้วโป้งสองนิ้วชูให้เงียบๆ ท่ามกลางความวุ่นวายข้างล่าง


พี่จียงเจ๋งชะมัดเลย ชอบไม่ไหวแล้ววววววววววววววว



.


.


.



"ห๊ะ!!! ไอ้จุน นี่มึงตกบันไดตีนซ้น!? ว้อทเดอะฟ้าคคคคคคคคคคคคคคคคค!!!"


ซึงรีสะดุ้งโหยงตกใจตอนที่กำลังก้มลงผูกเชือกรองเท้า แดซองเองก็ตกใจ พี่ยองเบก็ตกใจ เรียกได้ว่าทุกคนที่อยู่ในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าตกใจมากที่อยู่ๆ พี่ท็อปก็แหกปากจนตึกคณะแทบจะวินาศสันตโรไปทั้งหลัง แต่ที่น่าตกใจกว่าก็คือข่าวที่ได้ยิน


"ยองเบโว้ย!! ชิบหายกันล่ะทีนี้ ไอ้จุนตกบันไดข้อเท้าซ้นตอนไปเอาชุดที่ห้องซ้อม"


"เออะ! ตายห่าดิเนี่ยยย โคตรซวยเลยว่ะพี่"


"ไม่ใช่โคตรซวยแล้ว นี่มันอภิมหามหึมาซวยเลยโว้ยยยย"


"พี่จุนแม่งก็ซุ่มซ่ามเหลือเกินนนนน ดันมาล้มหัวหางฟาดพื้นอะไรเอาตอนนี้วะเนี่ย"


"แล้วเราจะทำยังไงกันดีล่ะครับท็อปฮยอง!"


"แล้วพี่จุนตอนนี้อยู่ไหนฮะ เป็นยังไงบ้าง"


"หยู้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด หยุดถามกูก่อนนะน้องๆ ทุกคน" ท็อปหลับตาข่มตนเรียกสมาธิ บอกตามตรงว่าตอนนี้แค่ท่ากูยังจำไม่ค่อยได้เล้ย ยังจะมาเจอเหตุฉุกเฉินนี่อีก! "ตอนนี้หน่วยปฐมพยาบาลไปช่วยมันแล้วล่ะ อยู่ห้องไหนบนตึกมันไม่ได้บอก แต่ว่าตอนเนี๊ยะ... ทำไงดีวะ"


อีกสองชั่วโมงจะสี่ทุ่มครึ่ง เวลาขึ้นแสดงเต้นปิดงานที่เป็นหน้าที่ของซึงรีและคนอื่นๆ ในทีมเต้น แต่ตอนนี้ปัญหาก็คือดันเกิดเรื่องกับอีจุนขึ้น กลายเป็นว่าตอนนี้คนเต้นไม่ครบ ถึงแม้จะต้อง The show must go on แต่โพสิชั่นบนเวทีต้องแหว่งๆ โหว่ๆ แบบน่าเกลียดสุดๆ เป็นแน่แท้ ตอนนี้ท็อปวิตกจริตขั้นสุด งานทั้งคณะกำลังไปได้สวย แต่จะมาตายตอนจบเนี่ยหรือ


ชเวซึงฮยอนยอมไม่ได้เว้ย!!


ในขณะที่ซึงรี แดซอง ยองเบกำลังจิตตก พี่ใหญ่ที่สุดในชั้นปีก็ปิ๊งไอเดียขึ้นมา


"ยองเบมึงโทรเรียกไอ้จียงมาดิ๊"


"ห๊ะ นี่พี่อย่าบอกว่าจะให้มันมาเต้นแทนพี่จุน" ยองเบกำลังคิดว่าพี่ท็อปแม่งบ้าไปแล้ว ไอ้จียงหอบแดกตายพอดี "ให้มันมาช่วยเต้นตอนนี้ก็ไม่ทันแล้วมั้งพี่ วุ่นวายจะตายห่า เอาไงเอากันเหอะ ให้ไอ้จียงมันพักเหอะพี่"


"โอ้ยยยยย แล้วมึงคิดซิว่าตอนนี้มีใครจะช่วยได้นอกจากมันน่ะห้ะ! ก็กูเห็นมันมานั่งเฝ้านั่งมองซึงรีอยู่เป็นอาทิตย์ (ซึงรีอยากเอาหัวโขกกำแพงตาย) มันก็ต้องจำท่าได้บ้างอะไรบ้างแหละวะ อีกอย่างนั่นไอ้จียงนะเว้ย สเต็ปตีนเทพจะตายห่า กูขอเหอะยองเบ งานราบรื่นมาจนจะจบละ กูไม่อยากให้มันมาห่วยเพราะงานปิด นะมึงนะ เรียกมันมาช่วยหน่อย"


ยองเบมองหน้าท็อปอยู่แว้บหนึ่ง แล้วก็แพ้สายตาอ้อนวอน(?)อันน่าสะพรึงของท่านประธานสโมฯ คณะจนได้


"วู้ววววววว!! แจ่ม! กูนี่เป็นประธานสโมฯ ที่ดีจริงๆ" ท็อปตบไหล่ยองเบที่กำลังใช้โทรศัพท์ผัวะๆ อย่างขอบใจ ก่อนจะหันมามอบหน้าที่อันทรงเกียรติให้น้องเล็กของทีมเต้นอีกสองคน "ส่วนพวกนาย! แดซอง! ซึงรี!"


"คะ...ครับผม!!" สองน้องเล็กรีบตอบทันควัน


"ทวนท่าเต้นตั้งแต่ต้นจนจบให้ที เมื่อกี้สติแตก กูลืมหมดแล้ว โฮกกกกกกก"


"พี่ท็อปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปป!" และสองน้องเล็กโหยหวนกันอย่างพร้อมเพรียง..



.


.


.



ยิ่งใกล้ถึงเวลาแสดง ซึงรีก็ยิ่งใจเต้นไม่เป็นส่ำ


ส่วนมาจากความเหนื่อยที่ต้องทวนท่าใหม่ให้พี่ท็อป ยังต้องมาบล็อกกิ้งตำแหน่งของพี่จียงที่มาช่วยเต้นแทนพี่จุนอีกต่างหาก อันนี้ซึงรีทำใจยอมรับได้ เพราะทุกคนเหนื่อยเท่ากัน อีกอย่างยังต้องขอบคุณพี่จียงแบบสุดๆ อีกต่างหากที่ตกลงใจจะช่วย ทั้งที่หน้าที่ของพี่จียงก็จบลงไปแล้ว และคงเหนื่อยมากน่าดู แต่ก็ยังมีจิตสาธารณะมาช่วย ช่างเป็นคนดีศรีสังคมอะไรเช่นนี้นะพี่จียง!


แต่!! สิ่งที่ซึงรีตะขวดตะขวงใจอย่างที่สุดก็คือ... มันจะมีท่าเต้นช่วงหนึ่งที่เขากับพี่จุนต้องเต้นคู่กันสองคน แล้วก็..กอดกัน.. แต่ว่า..... พอพี่จุนบาดเจ็บจนมาเต้นไม่ได้... แล้วพี่จียงก็มาเต้นแทน... เขา....... ก็ต้องกอดกับพี่จียงตั้งหลายรอบ!! ฮื่ออออออออ ไม่ได้หวงเนื้อหวงตัวอะไรหรอกนะ เพียงแต่ว่าเวลาถึงท่อนนั้นทีไร เขาก็เขินขึ้นมาทุกทีเลย!! อยากจะบ้าาาา!! มันใช่เรื่องที่จะมาเขินมั้ยเนี่ยอีซึงฮยอน เต้นก็เต้นเซ่ มีสมาธิหน่อย!


แต่คิดดูสิ เต้นคู่กับคนที่ปลื้มมากๆ เนี่ยนะ! ถะถะ..ถึงแม้ตอนนี้มันจะไม่เหมือนตอนที่ซึงรีปลื้มพี่จียงข้าง แต่มันก็เขินนี่หว่า งืออออ แล้วแบบนี้ถ้าขึ้นไปบนเวทีเขาเต้นผิดคิวจะทำยังไงอ้ะ สิ่งที่ทุกคนพยายามกันมาจะพังเพราะเขาไหมเนี่ย ฮื่ออออ อยากกลับกวางจูแล้ววววววววววววววว


"ไง ตื่นเต้นล่ะสิ พี่เห็นนายยืนจะไม่ติดพื้นอยู่แล้วเนี่ย"


จียงทักขึ้นในขณะที่ซึงรีแอบมองสถานการณ์อยู่ข้างเวที ไอ้ชุดฟูๆ กับที่ครอบหูและถุงมือสีเหลืองนี่ทำให้ซึงรีเหงื่อแตกพลั่กๆ


"ตื่นเต้นมากเลยล่ะฮะ ฮื้ออออ ทำไงดีอ่ะ ไม่อยากขึ้นไปเต้นแล้ว"


"ใจเย็นน่า สูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนเร็ว"


"ตอนพี่จียงขึ้นไปเต้นเปิดงานน่ะพี่ตื่นเต้นมั้ย?"


"มันก็ตื่นเต้นนะ แต่ถ้าคิดว่าขึ้นไปมันส์ให้สุดเหวี่ยง ไม่ว่าจะเกิดอะไร ยังไงมันก็จะผ่านไปด้วยดีนั่นแหละ"


"ก็ต้องดีสิ ก็พี่จียงมือโปรแล้วนี่น่า เต้นอย่างเทพเลย"


"ชอบมั้ยล่ะ"


ซึงรีพยักหน้าหงึกหงักจนผมม้าปรกหน้าปรกตา ใช้สองมือปัดออกแต่ก็ไม่ถนัดอยู่ดีเพราะถุงมืออันเบ้อเร่อที่ใส่อยู่ จียงหัวเราะพลางถอดถุงมือสีแดงของตัวเองออกแล้วช่วยจัดทรงผมใหม่ให้ซึงรี


"จัดเสร็จแล้วก็ปล่อยสิฮะ เดี๋ยวเมคอัพเลอะเทอะหมด" ซึงรีหมายถึงแค่รองพื้นน่ะนะ แต่ว่ามาจับแก้มเขาไม่ยอมปล่อยสักทีแบบนี้มันใช่เรื่องไหมเนี่ย!


"วันนี้นายแต่งตัวน่ารักนะเนี่ย"


"ผมก็ใส่เหมือนพี่นั่นแหละน่า เลิกพูดจะน่าอายแบบนั้นซะทีเถอะพี่จียง"


"นายอายที่ตัวเองน่ารักเหรอ"


"ไม่น่ารักซะหน่อย ผมหล่อมาก เท่มาก ดูดีมากต่างหาก"


เสียง 'โอ๊ย' ดังขึ้นหลังจากที่ซึงรีพูดจบพอดิบพอดี จียงใช้สองมือที่ยังจับแก้มนุ่มๆ ของซึงรีเปลี่ยนมาเป็นยีแก้มน้องแทนด้วยความหมั่นไส้ ปากซึงรีมู่ทู่ดูน่าตลกจนจียงหลุดหัวเราะ จนสุดท้ายซึงรีทนถูกรังแกอย่างทารุณ(?)ไม่ไหวอีกต่อไป คว้าข้อมือจียงหมับแล้วแงะหน้าตัวเองออกมาได้สำเร็จ


"บอกว่าเดี๋ยวเทคอัพมันจะ.....!!!"


จะ....................


มือข้างขวาของซึงรีที่แอบหลบอยู่ในถุงมือขนนุ่มสีเหลืองอ๋อยสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างแข็งๆ ที่ข้อมือของคนตรงหน้า พอแบมือออกซึงรีแทบช็อค..


"เป็นอะไรไปล่ะหือ?"


ปะ...... เป็นสิ.... ปะปะปะ.... เป็นแน่ๆ!!


"นี่พี่จียง...."


มันจะเป็นไปได้ยังไงเล่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา


ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยนะ!!


ซึงรีช็อคไปพักใหญ่... สิ่งที่เห็นตรงหน้า ที่ข้อมือของพี่จียง.. คือนาฬิกาสีเขียวลายมังกรที่ซึงรีเคยซื้อให้เป็นของขวัญขอบคุณให้พี่อยากเทคผู้เป็นปริศนามาตลอดชีวิตเฟรชชี่ของซึงรี จนกระทั่งตอนนี้..


มะ... มันอาจจะไม่ใช่พี่จียงก็ได้นะ!! ซึงรีกำลังปลอบใจตัวเอง ยังไม่อยากยอมรับความจริงเลย! บางทีพี่จียงอาจจะบังเอิญซื้อมาใส่เล่นๆ ก็ได้ใครจะไปรู้เล่า! .........แต่ว่า คะคะคนที่เป็นแฟชั่นนิสต้าตัวพ่ออย่างพี่จียงเนี่ยนะจะซื้ออะไรบ๊องๆ แบบนี้มาใส่เอง ฮือออออ ม่ายยยยยยยยยย


"อะไรล่ะครับ น้องแพนด้าของพี่อยากเทค :)"


ฮือออออออออออออ อะไรเล่าาาาาาาาาา!!


'น้องแพนด้า' แทบจะหัวใจวายตายไปตรงหน้า สงสัยมาตลอดว่าใครคือพี่อยากเทค ถามใครก็ไม่มีใครยอมบอก อยากรู้จนไม่อยากรู้แล้วจนกว่าพี่เขาจะอยากจะเปิดเผยตัว แต่แบบนี้มันกระทันหันไปหรือเปล่า! แล้วทำไมต้องเป็นตอนนี้!! ตอนที่กำลังจะขึ้นเต้นด้วยเล่าาาาาา


"พะ.. พี่จียงเป็นพะพะพะพี่อยากเทคคนนั้นจริงๆ เหรอฮะ!!!!!!!"


ซึงรีหลุดคำถามโง่ๆ ออกไปซะอย่างนั้น ตอนนี้หูเขาวิ๊งจนแทบไม่ได้ยินเสียงสรรพสิ่งรอบกาย พี่จียงก็ไม่ยอมตอบอะไรนอกจากหันไปมองข้างหลังตัวเองที่มีพี่ท็อป พี่ยองเบ และแดซองในชุดแบบเดียวกันกับซึงรี ก่อนจะหันกลับมาแล้วมองไปบนเวที


ไม่ตอบแสดงว่าไม่จริงใช่ม้าาา บอกสิ พี่จียงผมสิฮะะะะะ


"เตรียมขึ้นเวทีได้แล้วเด็กน้อย แล้วค่อยคุยกันนะ"


จียงส่งวิ๊งให้ซึงรีหนึ่งที ได้แต่เมินคำถามโง่ๆ ของเขาไปถึงแม้ว่ามันจะชัดเจนอยู่แล้วก็ตาม แล้วอะไร... ขึ้นเวที!!!! เวทีอะไรรรรรร ซึงรีไม่พร้อม! สติเขาแตกเป็นเสี่ยงๆ ตั้งแต่เห็นเจ้ามังกรเขียวตาแป๋วที่ข้อมือของพี่จียงเมื่อกี้


"ขอเชิญพบกับการแสดงปิดจากเหล่าสโมสรคณะศิลปกรรมศาสตร์ได้เลยค่าาาาาาาาาาา!!"


แต่สุดท้ายพอสิ้นเสียงพิธีกร และเสียงเพลง Candy ของ H.O.T เริ่มดังขึ้น พี่ๆ ทั้งสามก็กระโดดขึ้นเวทีไปตามลำดับด้วยความร่าเริงสดใส ส่วนซึงรีก็โดนแดซองผลักขึ้นไปแบบคนไม่มีสติ


เสียงเฮดังกระหึ่มแบบที่ซึงรีไม่คาดคิดมาก่อน เพราะส่วนใหญ่แล้วงานปิดแบบนี้มักไม่ค่อยมีคนอยู่ดู แต่ที่กลายเป็นที่ฮือฮาได้ขนาดนี้ส่วหนึ่งก็คงมาจาก 'นักเต้นตัวสำรอง' ที่เต้นไปยิ้มน่าแฉล้มไปเสียล่ะมั้ง


ซึงรีขยับตัวตามจังหวะเพลง และอยู่ในบล็อกกิ้งที่กำหนดได้อย่างไม่มีผิดพลาด ทั้งที่เมื่อกี้ยังสติแตกอยู่เลย แต่พอได้ขึ้นมา ได้เห็นทุกคนในทีมเต้นกันอย่างสนุกสนานทั้งที่เมื่อกี้ยังเคร่งเครียดกันแทบตาย เพียงเท่านี้ก็ทำให้ซึงรีมีอารมณ์ร่วมและเรียกสติให้กลับมาอยู่กับการแสดงได้อีกครั้ง


พอหมดท่อนยองเบแล้ว ต่อไปก็เป็นท่อนของซึงรีที่เดินหน้าขึ้นไปเป็นเซ็นเตอร์ เสียงวี้ดกรีดร้องดังขึ้นอีกครั้งจนซึงรีประหลาดใจ เห็นปากจากผู้ชมบางคนกำลังพูดแล้วชี้มาที่เขา 'ใครอ้ะ!' 'น่ารักจัง' 'กรี๊ดด น่ารัก!' ฮั้ยย้ะ!! อีซึงฮยอนคนนี้ก็มีเสน่ห์อยู่เหมือนกันนะเนี่ย ถึงแม้จะถูกชมว่าน่ารักมากกว่าหล่อก็เถอะ และเพราะได้อยู่เซ็นเตอร์ เขาถึงเพิ่งเห็นว่ามีป้ายไฟ 'ท็อปโอป้า สู้สู้' อยู่ที่ฝั่งซ้ายของเวทีด้วย ซึงรีที่ยังเต้นไปตามสเต็ปแอบตลกอยู่ในใจ ความจริงแล้วถ้าตัดเรื่องปากเสียปากหมา(ที่ดูท่ารุ่นพี่ส่วนใหญ่ในคณะเขาจะเป็นแบบนั้น) ของพี่ท็อปไปล่ะก็ สามารถจัดพี่ท็อปเขาหมวดหนุ่มหล่อประจำคณะได้เลย


ทุกอย่างบนเวทีและด้านล่างเป็นไปด้วยดี ทุกคนดูเอนจอยกับโชว์จนซึงรีกลั้นยิ้มไว้ไม่ไหว แต่ดันไปยิ้มพอดีกับตอนที่ต้องหันหน้าไปทางพี่จียงพอดี เหมาะกับที่อีกฝั่งดันยิ้มกลับมาให้ด้วยซะนี่


ยะ.. ยิ้มอะไรล่ะเฟ้ยยย


สลับตัดมาที่พาร์ทของยองเบอีกครั้ง ตามด้วยแดซองที่ออกไปนั่งเต้นตดุ๊กดิ๊กตรงกลางเวที ถัดมาเป็นท็อป ที่เต้นได้ไม่มีขาดตกบกพร่องสมกับที่แดซองและซึงรีช่วยกันเทรนด์ (จนเหงื่อแตกพลั่ก) กลับมาอีกครั้งที่ยองเบ ต่อจากนั้นถึงได้ส่งท่อนฮุคให้จียงที่เรียกเสียงกรี๊ดขึ้นมาอีกรอบ


และแล้วก็ถึงท่อนระทึกใจ ถึงแม้นี่จะเป็นเพลงเก่าจังหวะสนุกสนานให้พอโยกตามได้ แต่ซึงรีก็เริ่มใจเต้นตุ้บตั้บ เมื่อถึงท่อนที่ท็อปจะต้องแร๊พ และซึงรีกับจียงต้องออกไปเต้นกันสองคนข้างๆ มันคงจะไม่เป็นอะไรหรอกถ้าหากเป็นการเต้นคู่กันธรรมดาๆ แต่นี่มันสกินชิพเป็นว่าเล่น ไหนจะต้องจับมือ ชนสะโพก แล้วก็กอด... ด้วยความตื่นเต้นมากไปหน่อย ซึงรีถึงได้มุดหน้าไปกอดเอวจียงแทน อีกฝ่ายถึงได้แต่คว้าลมแทนที่จะเป็นตัวซึงรี ท่าตอนกอดมันเลยดูออกมาแปลกตาอย่างแรง แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดีเมื่อซึงรีและจียงจบพาร์ทโซโล่ด้วยท่าซารางแฮโย


ปกติซึงรีกับจียงโดนตัวกันมากขนาดนี้เสียเมื่อไหร่ ยกเว้นเวลาที่ซึงรีถูกจียงเอาเปรียบนั่นล่ะ... และความจริงแล้วจะให้กอดกับคนอื่น ซึงรีก็คงไม่ตื่นเต้นเท่านี้ เว้นเสียแต่ว่าไอ้คนที่ซึงรีต้องกอดนั่นเป็นควอนจียงน่ะซี่! ยังจะมีอะไรให้สงสัยอีก ..เด็กหนุ่มตาย้อยในชุดนุ่มนิ่มกำลังหน้าแดงเถือกในขณะที่สองมือสองเท้าและร่างกายทุกส่วนยังขยับเต้นตามจังหวะ แต่ดูเหมือนเสียงหัวใจจะเต้นนำจังหวะเพลงไปแล้ว!


เสียงเพลงจังหวะสุดท้ายสิ้นสุดลงตอนที่ทั้งห้าคนลงไปนั่งดิ้นกระดุ๊กกระดิ๊กน่าเกินไม่สมวัยอยู่หน้าเวที สิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จของงานปิดคือเสียงยินดีของทุกคนในงาน ทุกคนดูมีความสุข ไม่เว้นแม้แต่ท็อป จียง ยองเบ แดซอง และซึงรี ทั้งห้าคนบนเวทีลุกขึ้นมาจับมือกันและโค้งเก้าสิบองศาให้ผู้ชมอย่างนอบน้อมก่อนจะกระโดดโลดเต้นลงไปหลังเวที


"จบงานแล้วโว้ยยยยยยยยยยยยยยยย!" ไม่ต้องถามเลยว่าใครที่อัดอั้นที่สุดในงานนี้ ชเวซึงฮยอนนั่นเองที่ตะโกนออกมาอย่างแสนสุขใจ ตามด้วยยองเบและแดซอง


ส่วนซึงรีรีบเดินจ้ำอ้าวอย่างเร็วไปยังห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า แต่ก็ไม่วายถูกมือปลาหมึกควอนจียงคว้าได้ทัน "เฮ้ ซึงรี จะรีบไปไหนล่ะนั่น"


"ผม... ผมจะไปเปลี่ยนเสื้อผ้าน่ะฮะ ระ ร้อนจะแย่แล้ว"


"แล้วเราจะไม่คุยเรื่องเมื่อกี้ก่อนเหรอ" ซึงรีแงะมือจียงออก แต่ไม่สำเร็จ พอถูกพูดถึง 'เรื่องนั้น' ขึ้นมา อีซึงฮยอนก็แทบอยากสลายร่างกลายเป็นแบคทีเรียเสียเดี๋ยวนี้ทีเดียว


"ไม่คุยแล้วฮะ... ปล่อยดิพี่จียง"


"แต่ฉันเป็นพี่อยากเทคนายนะ!"


เอ๊อ!! ก็รู้แล้วไงเฟ้ยยยยย แล้วจะมาต้องการอะไรจากเขาอีกเล่า! ซึงรีล่ะอายของโคตรอายเลย ก็จดหมายที่ส่งไปแต่ละทีมันงุงิปัญญาอ่อนจะตายไป รับรองได้เลยเถอะว่าพี่จียงคงขำก๊ากแน่ๆ หลังจากอ่านแต่ละฉบับจบ แค่คิดก็อยากจะแทรกแผ่นดินหนีแล้ว!


ดีเท่าไหร่ที่ซึงรีไม่ได้เขียนเล่าเรื่องที่ตัวเองแอบปลื้มรุ่นพี่คนหนึ่ง... ที่หัวส้มๆ เต้นเก่งๆ เป็นเดือนคณะเมื่อปีที่แล้วลงไปด้วย


"ก็รู้แล้วไงฮะ!"


"แล้วไม่อยากรู้หรือไงว่าทำไมถึงอยากเทค แล้วทำไมถึงมาเฉลยเอาตอนนี้"


"มะ... ไม่เลย"


ไม่รู้ว่าซึงรีตอบอะไรไม่ดีออกไป รู้แต่ว่าพอตอบไปแบบนั้น คนตรงหน้าก็ขมวดคิ้วมุ่นอย่างไม่พอใจพลางลากซึงรีเข้าไปในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าพลางล็อคกลอนประตูให้ด้วยเสร็จสรรพ สองแขนกางกั้นจำกัดพื้นที่หายใจของซึงรีอย่างเอาแต่ใจตัวเอง


"แต่พี่อยากบอก และต้องบอกด้วย"


ซึงรีกลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่ลงคอ ประเมินสถานการณ์แล้วรู้สึกเสียเปรียบอย่างยิ่ง (ไม่ทันแล้วสินะ..) ซึงรียืนเกร็งจนหัวติดผนังห้อง ส่วนใบหน้าของพี่จียงก็อยู่ห่างไปไม่ถึงฟุต ดวงตากลมมองคนตรงหน้าปริบๆ


"พี่เริ่มสนใจนายตั้งแต่วันแรกที่เราได้คุยกัน วันปฐมนิเทศนั่นล่ะ จำได้ใช่มั้ยที่นายถูกลงโทษหน้าอาคารเรียนรวม"


ซึงรีรอฟังอย่างเขินๆ


"เพราะนายน่ารัก น่ารักมาก น่ารักเกินไป พี่ก็เลยอยากเป็นพี่อยากเทคของนาย"


หน้าซึงรีร้อนฉ่า เหงื่อซึมชื้นตามไรผม


"แต่ก็เพราะนายน่ารักขนาดนี้ วันนี้ฉันถึงต้องเฉลยตัวเอง ฉันไม่อยากเป็นพี่อยากเทคของนายอีกแล้ว"


"อะ... อ้าว พี่เกลียดอะไรผะ...."


หน้าจียงเลื่อนเข้ามาจนเหลือระยะห่างไว้ไม่ถึงคืบ


"พี่อยากเป็นอะไรที่มากกว่านั้น"


สถานการณ์ชักน่าเป็นห่วงเสียแล้วววว อีซึงฮยอนนายต้องใจเย็นไว้นะ! นายต้อง... ต้อง ตะ ต้อง ต้อง....!! สูดหายใจเข้าลึกๆ ฮืดดดดด ..ดะได้กลิ่นน้ำหอมจากตัวพี่จียงด้วย ฮืออออ ซึงรีเหมือนกำลังจะเป็นบ้า สองมือเล็กที่ยังซุกอยู่ในถุงมือกำแน่น หัวใจเต้นตุบตับจนแทบกระเด้งออกมาชนหน้าพี่จียงอยู่แล้ว!!


"แล้ว... แล้วพี่จียงอยากเป็นอะไร"


"เป็นแฟนนาย"


สายตาเรียวคมของจียงที่มองอย่างจริงจังทำให้ซึงรีต้องหลบตาวูบ ลมหายใจรัวแรงเพราะอัตราการเต้นของหัวใจมันไม่ปกติเอาเสียเลย ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขาจะต้องหน้าแดงมากขนาดไหน


ตั้งแต่ที่ปรับความเข้าใจกันได้ในวันนั้น ซึงรีกับพี่จียงก็กลับมาคุยกันเหมือนเดิม พี่จียงขอเขาเป็นแฟน แต่ซึงรียังไม่ได้ตอบเลยเพราะเอาแต่โวยวายที่ถูกขโมยจุ๊บไป.. แต่ครั้งนี้เนี่ยสิ! ไม่รู้เลยว่าจะต้องทำตัวยังไง เพราะไม่เคยมีแฟนมาก่อน ไม่เคยถูกสารภาพรัก ไม่เคยรู้สึกชอบใครอย่างจริงจังมาก่อนจนกระทั่งตอนนี้ ตอนที่รู้ว่าคนที่ตัวเองชอบมากๆ กำลังขอเป็นแฟน!


อย่างกับฝันอยู่แน่ะ.. แฮะแฮะ~


"พี่รอคำตอบอยู่นะ"


ซึงรีช้อนตาขึ้นสบกับคนที่ตัวสูงกว่าไม่เท่าไหร่ ใบหน้าก็ห่างกันแค่คืบขนาดนี้ แล้วซึงรีต้องทำยังไงให้รุ่นพี่ควอนจียงหัวส้มคนนี้รู้


ว่าเขาตกลง


เอาเข้าจริงแล้วซึงรีแทบไม่เคยได้มองหน้าพี่จียงนานๆ เลย ถ้าเป็นเมื่อก่อนล่ะก็บ่อยหน่อย.. เพราะอยู่ในที่ไกลๆ ได้แอบมองเงียบๆ อย่างสบายใจ ไม่หวังสิ่งใดมากกว่าคอยชื่นชมเลย แต่นับวันก็ยิ่งใกล้กันมากขึ้นจนน่าตกใจ เวลาที่อยากจะมองพี่จียงเหมือนเมื่อก่อน มาถึงตอนนี้มันก็ทำแบบนั้นไม่ได้แล้ว เพราะไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่พี่จียงมักจะมองมาที่เขาเสมอ ฮะฮะ เขิน... จนบอกไม่ถูก


แต่ว่าตอนนี้เนี่ยล่ะ ที่ซึงรีได้มองหน้าพี่จียงเต็มๆ และนานๆ เสียที ผมสีส้มเป็นเอกลักษณ์ที่ยุ่งเหยิง ดวงตาเรียวที่มองมาอย่างจริงจัง ปลายจมูกโด่งที่มีเม็ดเหงื่อเล็กๆ ซึมขึ้นมา ริมฝีปากได้รูปที่ยังไม่ยอมเอ่ยอะไรออกมาอีกเลยเพราะรอคำตอบจากซึงรีอยู่


ซึงรีไม่รู้จริงๆ ว่าตอบยังไง ตอบว่า 'อือ' 'ตกลงฮะ' 'เราเป็นแฟนกันแล้วนะ' หรืออะไรก็ตาม.. พูดไม่ออกจริงๆ แต่ถ้าไม่ตอบไป ไม่รู้ว่าจะต้องโกรธกันหรือเข้าหน้ากันไม่ติดหรือเปล่า ในเมื่อซึงรีชอบพี่จียงเอามากๆ และดีใจจนไม่รู้จะทำตัวยังไงที่รู้ว่าพี่จียงก็ใจตรงกันกับเขาเหมือนกัน ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ซึงรีต้องปฏิเสธ


ใบหน้าหวานยกเงยขึ้น ริมฝีปากบางของซึงรีแตะค้างอยู่ที่ริมฝีปากอีกคนนึง..


ย้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!! อีซึงฮยอน!! นายทำบ้าอะไรเนี่ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!


หัวใจซึงรีเต้นตุบตับ แต่รู้ตัวอีกทีก็ผละออกมาไม่ได้แล้ว มืออุ่นข้างหนึ่งของควอนจียงคว้าปลายคางเรียวเล็กของซึงรีไว้ ริมฝีปากกดจูบรุกไล่จนสติแทบกระเจิง สัมผัสอุ่นที่คลึงเคล้าอยู่ตรงริมฝีปากทำเอาซึงรีแอบเข่าอ่อน เว้นแต่มีมืออีกข้างของจียงคอยประคองเอวบางๆ ของน้องไว้


"อื้อออ.."


สองมือในถุงมือขนฟูพยายามดันจียงออก ไม่ใช่รังเกียจ.. แต่ซึงรีกำลังจะสำลักลมหายใจตัวเอง หายใจ... ติดขัด มันร้อนวูบวาบ หัวใจเต้นแรง และเพราะพยายามดันออก ด้วยตำแหน่งมือที่วางอยู่บนอกนี้ ถึงทำให้ซึงรีได้รู้ว่าหัวใจของ 'รุ่นพี่บีบอยหัวส้ม' ก็เต้นแรงไม่ต่างกัน


เต้นเป็นจังหวะเดียวกันเลย


"พะ... พอก่อนฮะ..." คว้าโอกาสตอนที่จียงผละริมฝีปากออกเพียงนิดเพื่อให้ซึงรีได้หายใจ คนตัวเล็กกว่าถึงได้กระถดหน้าออกมาแล้วเปิดปากพูดยั้งได้ทัน


"พอได้ไง นายจูบพี่เองนะ"


เหมือนมีเสียงฉ่า~ แบบตอนที่เตารีดไอน้ำแนบไปบนเนื้อผ้ายังไงยังงั้น หน้าซึงรีร้อนแบบแม้แต่ตัวเองก็ยังรู้สึกได้ ฮึ่ย! ฮึ่ย! กล้าทำไปได้ไงวะอีซึงฮยอน!


"งือ.. จะ..จูบอะไรที่ไหนกันฮะ ผมแค่... แค่... แค่ตอบคำถามเมื่อกี้"


ซึงรีตอบเสียงอ้อมแอ้ม จียงเลิกคิ้วพลางหลิ่วตา ในขณะที่ซึงรีก้มหน้าจนคางชิดคอ จียงรุกไล่มองอย่างคาดคั้น อมยิ้มไว้จนมุมปากยกขึ้นสูง แล้วสุดท้ายก็ต้องยิ้มออกมาจนได้


"งั้น.. ถ้าขอ 'ยืนยัน' คำตอบอีกที ...จะได้ไหมนะ"


ถ้าซึงรีระเบิดตัวเองได้ ป่านนี้ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าคงเละเทะไม่มีชิ้นดี!


ริมฝีปากร้อนของจียงแนบลงมาอีกครั้ง อบอุ่น อ่อนโยน นุ่มนวล จนเหมือนมีอะไรฟองฟูอยู่ในหัวใจซึงรี เป็นการ 'ยืนยันคำตอบ' ที่แสนคาดคั้น แต่ก็ละมุนลไมเสียจนซึงรียอมที่จะ 'ตอบ' ทุกคำถามที่จียงอยากรู้


ซึงรีมอบจูบแรกให้พี่จียงเป็นคำตอบสำหรับคำถามนั้น


และจะมอบหัวใจที่แสนขี้อายนี้ให้สำหรับความรักที่พี่จียงมีให้เช่นกัน


"พี่รักนายว่ะซึงรี... รักจนจะบ้าอยู่แล้ว"


"..เหมือนกันแหละฮะ"


ทั้งชอบทั้งรัก ก่อนที่เราจะได้รู้จักกันอีกแน่ะ :)



.


.


.



ปึง! ปึง! ปึง!


"เฮ้ยยยยย ไอ้สองคนข้างในน่ะเลิกจู๋จี๋กันได้แล้วโว้ยยยยย!!"


"ไอ้จียงมึงพาน้องกูเข้าไปทำอะไรในนั้นห๊าาาาาาาาาาาา!!"


"ซึงรี! พี่จียงครับ! ออกมาบูมคณะแสดงความยินดีที่งานผ่านไปด้วยดีกับเพื่อนๆ ก่อนสิครับ!"













FRESHY.ENDING ♥






: จบ.. แล้ว... จบแล้วจริงจริง ! เย ย ย ย ย ย้ ! ! !

ตั้งแต่เดือนกันยายน 2010 จนกระทั่ง พฤษภาคม 2012 รวมแล้ว 1 ปี 8 เดือน สำหรับ 'เฟรชชี่'
นี่มันนานมากมากเลยนะเนี่ย เราเองก็รอวันที่จะได้ใช้คำว่า END กับเขาสักที
แต่ด้วยความอาร์ตและติสต์ของเราเอง มันถึงยาวนานมาจนถึงขนาดนี้ แต่ทุกคนก็ยังอยู่ด้วยกัน!
ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ ขอบคุณจริงๆ ที่ยังรอ ที่ยังติดตาม ไม่ว่าจะแสดงตัวหรือไม่ก็ตาม
แค่เข้ามาอ่านแล้วชอบฟิคเรา เท่านี้ก็รู้สึกขอบคุณมากมากแล้วค่ะ ;DD

แต่ถ้าจะไม่ขอบคุณคนอ่านที่คอมเม้นท์อย่างเป็นพิเศษเลยคงจะไม่ได้ เพราะนี่คือกำลังใจดีๆ
ทุกครั้งที่ดองฟิค ทุกครั้งที่หายไป และทุกครั้งที่กลับมาลงแต่ละตอน ก็ยังได้รับความเห็นที่น่ารักเสมอ
อยากบอกว่่าเรา 'อ่านทุกคอมเม้นท์' จริงจริงนะ ถึงช่วงหลังจะไม่ตอบเลยก็เถอะ แหะแหะ..
เห็นบางคนเม้นท์ยาว อีกคนเม้นท์สั้น แล้วออกแนวน้อยใจ เดี๋ยวจะหาว่าเราลำเอียง
แต่จะบอกเลยว่า สั้นหรือยาว เราก็รักทุกคอมเม้นท์นะ จริงๆ ;D เอ่อ นี่ตอบสวยไปสินะคะ ๕๕๕
และทุกคอมเม้นท์ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ฟิคเฟรชชี่ดำเนินมาถึงตอนจบเลยนะ รู้ตัวกันไว้เลย ฮี่ฮี่

สำหรับฟิคเรื่องนี้ ก็จบแล้วล่ะค่ะ แอร๊ย มันจบแล้วจริงๆ ด้วยอ้ะ ยังไม่ค่อยอยากเชื่อ ๕๕๕๕๕๕๕
ความจริงแล้วแรงบันดาลใจเรื่องนี้ไม่มีอะไรมากเลย แล้วมันก็ไม่มีอะไรจริงๆ นั่นแหละ ฮ่าาาา
ต้นเหตุมาจากดูสเต็ปอัพ ตอนนั้นยังอยู่ปีหนึ่ง (ตอนนี้ขึ้นปีสามแล้ว TT.TT) ก็เลยอยากเขียนขึ้นมา
แล้วก็จะเขียนให้เป็น Short Fiction ด้วย แต่ไม่คิดเหมือนกันค่ะว่ามันจะยาวขนาดนี้
จากที่มันไม่มีอะไร ก็ต้องทำให้มันดูมีอะไรขึ้นมาบ้าง แต่พอถึงสุดท้ายมันก็ไม่มีอะไรอยู่ดี . . .
นอกจากความรักของพี่ปีสองกับน้องปีหนึ่งอย่างจียงกับซึงรี แค่นี้เองที่อยากสื่อออกมา
ทุกสิ่งอย่างที่เกิดขึ้นล้วนจากการมโนของเราทั้งสิ้น แต่ก็หวังว่าจะอ่านกันอย่างมีความสุขนะคะ
เนื้อเรื่องอาจจะดูลอยๆ ใสๆ วิ๊งๆ เกินไป ดูเป็นอุดมคติไปหน่อย (ในแง่ของความรักอ่ะนะ)
เราอาจจะเขียนให้จียงดูดีเกินจริง และเขียนให้น้องน่ารักเกินไป ก็ต้องขอโทษด้วยค่ะ ๕๕๕๕๕๕๕๕

และด้วยความเรื่อยๆ ของเรื่องนี้ ทำให้เราอยากรู้มากเลยว่ามีตอนไหนที่แต่ละคนชอบมากที่สุด
สำหรับเรา ชอบตอนจียงกับน้องอยู่บนชิงช้าสวรรค์ค่ะ ๕๕๕๕๕๕๕๕
เป็นฉากที่ตล๊าดตลาด ไม่คิดว่าจะเขียนออกมาได้ แต่ก็ชอบจริงๆ เขียนเองเขินเอง

สำหรับเรื่องต่อไปที่จะลง ยังไม่รู้เลยค่ะ ไม่ใช่ว่าไม่มีนะ แต่ยังตัดสินใจไม่ได้
แล้วก็ไม่อยากดองแบบนี้อีก เลยอาจจะพักฟิคยาวไว้ก่อน ขอเวลาไปดัดนิสัยก่อนนะคะ ฮ่าาา

สุดท้ายนี้ เวิ่นเว้อยาวมากๆ ไว้เรามาเจอกันใหม่นะะะะะะะ ;DD